2008/Aug/30

กะจะดองบล็อกให้ครบปีซะหน่อย โดนแท็กก่อนซะงั้น =w="

เจ้าพี่ตัวดีผู้ส่งแท็กมาให้... http://r-kira.exteen.com

 

ตัวละครที่ส่งมา ก็คือ....

 

Kanon พ่อบ้านวัย16จาก Umineko no naku koro ni [แว่วเสียงนกนางนวล]

 

illust : karasu san

 

คาน่อน ผู้มีปังตอ+ดาบและปลาซาบะเป็นอาวุธ....??

 

 

"คู่หูปลาซาบะ ผู้ไร้เทียมทาน~~!!?"


1. ชอบตัวละครนี้ไหม?

เกินบรรยาย... เป็นตัวละครชายตัวที่ 2ในชีวิตที่ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

2. เรียกCharacterตัวนี้ว่าอะไร?

คาน่อนเดอะเฟอร์นิเจอร์~!!

คาน่อนนนนน(ลากเสียงยาววว)

คาเนียล (??)

 

3. สีอิมเมจของCharacterตัวนี้คือ?

ดำ แดง(เลือดหมู) แดงสด เป็นสีเสื้อ+กางเกง+ดาบ ฮ่าๆๆๆ

 

4. เพลงอิมเมจของตัวละครตัวนี้คือ?

เพลงบรรเลงที่เศร้าๆ รึช้าๆ เพราะตัวละครตัวนี้มักโผล่เข้ามาตอนที่คนอื่นกำลังมีความทุกข์...

 

5. คิดว่าตัวละครนี้กรุ๊ปเลือดอะไร?

O นะ ถ้าให้เดา เพราะเป็นคนสุขุม รักชอบใครจะไม่แสดงให้เห็น(เผลอๆซึนจนทำสาวน้ำตาซึม)

แต่ไม่ใช่คนเก็บอารมณ์ซักเท่าไหร่

เพราะถ้าใครมาทำเรื่องไม่ดีใส่ หรือแกล้งพี่สาว พี่แกจะด่าให้เช็ด O[]o"

 

6. ในเรื่องคิดว่าCharacterตัวไหนที่คู่กับตัวนี้แล้ว KO ? เฮ้ยย OK

.

.

.

.

.

.

ไอ้หมอนี่!!!!???

 

คาน่อน X บาโทร่า!(????)

กร๊ากกกกกกกกกก ได้วายกับพระเอกของเรื่องเลยเชียว ฮ่าๆๆๆ

(....อ่อเหรอ)

 

ผิดละ คู่จริงๆมันต้องนี่ -*-

 

คาน่อน X เจสซิก้า (อันนี้เค้ามาคู่กัน)

"คุณหนู...ผมจะปกป้องคุณเอง"

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก เท่!!! ยอมทิ้งเก้าอี้สู่หมู่บ้านทองคำเพื่อเสี่ยงตายช่วยคุณหนูของตน ...TTwTT"

 

"ชื่อจริง....ของผม...."

 

อา....มองดีๆก็เคะนะเด็กคนนี้ =w=

 

7. คำพูดอะไรที่อยากให้Characterตัวนี้พูด

"ผมชอบท่านบาโทร่า!! ยิ่งได้เห็นท่านบนเวทีในวันนั้น.. ผมยิ่งชอบมากขึ้น~!"

"ผมเกลียดยัยนั่น(แม่มด) ทำไมต้องโหดร้ายกับความรักที่ผมมีต่อท่านบาโทร่าด้วย โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ"

 

(กร๊ากกกก ยาโอยเจริญจงงงงงงงงง)

 

8. จับมือ,กอด,จูบ ถ้าให้ทำได้อย่างนึงในสามอย่างนี้จะทำอะไร

ขอแค่จับมือ....แม่ก็ตายตาหลับแหล่ว....=/////=

 

ข้อ9 ขอไม่ส่งต่อเด้อ... (เอ็มไม่ค่อยได้ออนเลยไม่ได้คุยกะใครเลย อยู่ในสถานะไร้ญาติขาดมิตร...)

 

 

edit @ 31 Aug 2008 00:41:15 by ari-kui

2008/Mar/15


เสียดายจริงๆที่เป็นแค่ฝัน อันที่จริงหลังจากเกิดเรื่องก็เคยฝันทำนองนี้เหมือนกัน...
แต่ยังไงมันก็คือฝัน ไม่ใช่ฝันร่วมกับเธอที่สามารถกล่าวคำ 'ขอโทษ' แล้วเธอจะรับรู้...จบกันแค่นั้น

เธอคงไม่รู้หรอก....หรืออาจจะรู้ แต่ก็ได้แต่เอือมระอา... เพราะนิสัยไม่กล้าเผชิญหน้าของฉัน
เพียงแค่เดินผ่านกัน เธอคงไม่ต้องการสิ่งใดอื่นนอกจาก 'สวัสดี' แค่กล่าวคำทักทาย....แค่นั้นก็พอจะรู้สถานะของกันและกันแล้วว่า เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่...
ที่ผ่านมาฉันคงสร้างความอึดอัดให้แก่เธอมามากมายนับไม่ถ้วน... เธอคงรู้สึกไม่ดีจนถึงกับไปปรึกษาเพื่อนๆ และเชื่อว่าเพื่อนเหล่านั้นคงจะมองฉันในทางไม่ดีเช่นกัน

แต่ไม่เป็นไร ฉันยอมรับ เพราะมันคือความจริง... ถึงจะไม่รู้อะไรมากนัก แต่เวลาเดินผ่าน...แค่เห็นเธอทำหน้าเบื่อหน่ายฉันก็รู้แล้ว....

ฉันพยายามหลบหน้าเธอ  เพราะละอายกับสิ่งที่ฉันเคยทำลงไป และไม่คิดจะดึงความกล้าเข้าไปแม้แต่คำกล่าวทักทายง่ายๆ...เพราะอะไร..?

ก็ฉันมันขี้ขลาดนี่  ฉันพร่ำขอโทษเธอยามที่นึกถึงมัน  ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนจบปีสุดท้าย เธอก็ย้ายโรงเรียนไป... และตอนนั้นฉันก็มานึกขึ้นได้..

ทำไมเราถึงไม่ขอโทษเธอซะล่ะ... ทำไมถึงปล่อยเวลาให้ยืดยาวจนสุดท้ายเธอก็จากไป... มาคิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว...


จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา3ปีแล้ว... ฉันยังจำวันที่เกิดเรื่องนั้นได้ชัดเจน เหตุผลว่าทำไมถึงทำแบบนี้...ฉันไม่รู้ รู้แค่ว่ามันไม่ใช่อารมณ์ที่ฉันจะทำสิ่งดีๆลงไปได้...

ฉันถึงทำร้ายจิตใจเธอ...ทำร้ายแม้กระทั่งญาติๆที่มากับเธอ... ตอนนั้นฉันยังแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริง คิดแค่ว่าปล่อยๆไปเหอะ ตูไม่มีอารมณ์...

คิดแค่นั้นจริงๆ.. พอกลับบ้านมาตกดึกฉันถึงพึ่งจะคิดได้.... เราทำอะไรลงไป  เราทำเรื่องเลวร้ายลงไปอีกแล้วใช่มั้ย? แล้วพร่ำแต่โทษตัวเอง...ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ฉันอยากเกาคอตัวเองตายเพราะเรื่องนี้จริงๆ...

และเพราะเรื่องๆเดียว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราที่เคยเป็น 'เพื่อนต่างห้อง' ก็กลายมาเป็น 'เพื่อนที่ไม่รู้จัก'

ฉันกลับมาคิดทบทวนตลอด แต่เพราะตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังนึกถึงสิ่งที่ต้องทำไม่ออก  และไม่คิดจะทำด้วย  ระหว่างทางที่เราเดินสวนกัน  จึงทำได้แค่หลบหน้า  ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า...

ช่วงแรกๆเธอพยายามเข้ามาทักเข้ามาชวนคุย...ฉันก็ตอบๆกลับไป ถ้าฉันคิดอีกนิดนึง จากที่เธอเข้ามาชวนคุยฉันน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเธอไม่เอาเรื่อง....แต่ด้วยความที่ยังติดกับเรื่องในวันนั้น  ทำให้ฉันยังนึกมาโดยตลอดว่าเรา2คนไม่อาจกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีกแล้ว..

ฉันเลยไม่คิดจะมองหน้าเธอ ไม่แม้แต่จะเข้ามาชวนคุยหรือทักทาย....  สำหรับฉันในตอนนี้ที่พอจะรู้ธรรมะบ้างแล้วก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้...

เพราะเรื่องๆเดียว ทำให้เรื่องบานปลายขนาดนี้เชียวเหรอ..?  สำหรับเธอคงพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก  แต่สำหรับฉันคือความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต  เพราะอย่างนั้นเธอจึงยอมรับข้อตกลงนั้น...เธอไม่คิดจะเข้ามาชวนคุยอีก เธอไม่คิดจะทักทาย หรือแม้แต่จะมองหน้า

..จนกระทั่งเธอย้ายโรงเรียนไป  ฉันคิดว่าความอึดอัดของเรา2คนคงจะคลายลงแล้ว.. จะเป็นอิสระแล้ว... และมันก็ผ่านมาถึงตอนนี้ ฉันกลับฝันถึงมันอีก....


ฝันว่าเธอกำลังคุยเล่นกับเพื่อนของฉันและถามฉันว่าทำไมถึงทำกับชั้นแบบนี้... ฉันได้แต่ยืนอึ้ง ในสมองตอนนั้นพยายามนึกคำพูดที่เราเคยคิดและอยากจะพูดต่อหน้าเธอ  และในขณะที่ฉันกำลังจะกล่าวขอโทษ....ฉันก็ตื่นเสียก่อน

รู้สึกได้ ว่าบาปนี้ยังติดตัวฉันอยู่ มันยังค้างคาอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ  ไม่แปลกที่เรื่องผ่านมานานนับปีกลับดึงเอาเรื่องนี้มาฝันอีก...

ฝันว่าได้ขอโทษเธอ...ฝันว่าเธอจะยกโทษให้... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  แต่ก็ไม่อาจทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้  ก็เพราะเราไม่กล้า  เราขี้ขลาดเกินไป  เกลียดการเผชิญหน้า และไม่รับรู้ถึงผลที่จะตามมา...

แล้วเป็นไง ถ้าตอนนั้นฉันคิดได้อีกนิด..ไม่สิ อย่างน้อยถ้าฉันเอาบาปนี้ไปปรึกษากับหมู่เพื่อน พวกเขาอาจจะช่วยให้ฉันพ้นจากความรู้สึกผิดนี้ไปได้  แต่ก็ไม่ทำ เพราะอาย เพราะถ้าเกิดพูดไปฉันอาจจะถูกเพื่อนดุ... ฉันร้องไห้ ฉันไม่ต้องการ

ตอนนั้นถึงทำได้แค่ปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่บอกแม้แต่คนใกล้ชิดสนิทสนม เพราะไม่อยากนึกถึงมัน....ฉันคิดได้แค่นั้นจริงๆ


แต่แล้วฉันก็ได้ติดการ์ตูนเรื่องนึง....ฮิกุราชิ เป็นการ์ตูนสยองขวัญที่เพราะอ่านแล้วสะใจถึงได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด...
แต่นานๆเข้า กลับกลายเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับความรู้สึกเพื่อน การไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อน ไปซะอย่างนั้น


"ถ้าปรึกษาพวกเรา ก็จะเป็นกำลังให้ได้"
"ถ้าได้พวกเราร่วมมือด้วย ก็น่าจะไปถึงอนาคตที่ดียิ่งกว่านี้แน่นอน"
"เธอจะปฏิเสธเพื่อน และปกป้องความคิดผิดๆไปทั้งชาติได้เรอะ!?"
"ที่สำคัญกว่าเชื่อใจพวกเราสิ พวกราเป็นพวกเดียวกับเธอนะ"



...เพราะคำพูดเหล่านี้ทำให้คิดได้.. ถ้าตอนนั้นเราปรึกษากับเพื่อน ถึงจะเป็นเรื่องน่าอาย แต่ก็ต้องได้อนาคตที่ดีกว่านี้แน่นอน...อนาคตที่ไม่ต้องมาจมปรักอยู่กับความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไป....
จนถึงตอนนี้ถึงได้รู้ ว่าเรายังไม่กล้าคุยเปิดอกกับเพื่อน  ยังไม่อาจเชื่อใจพวกเขาได้ ทั้งๆที่เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน  เพราะอะไร? ถ้าให้ถามเพื่อนๆว่ากลุ่มเรามีใครบ้าง  พวกเขาก็ต้องรวมเราเข้าไปด้วย... แล้วทำไมกับอีกเรื่องขี้ประติ๋วถึงไม่กล้าพูดออกไป...

เรามันไม่ได้เรื่อง คิดแต่จะแก้ปัญหาเองคนเดียวแล้วเป็นไง....

 

        ถึงเธอคนนั้น  ถึงตอนนี้เราจะอยู่ห่างไกลแต่ซักวันชะตากรรมต้องพาลให้เรามาเจอกันแน่... เพราะเรายังติดค้างกันอยู่ ถึงตอนนั้นฉันอาจทำอะไรไม่ได้มาก ฉันอาจหลบหน้าเธออีกก็ได้ แต่ยังไงฉันก็จะพยายาม... ให้ตายฉันก็ต้องเอ่ยคำนี้กับเธอให้ได้...
ว่าฉันขอโทษ...ขอโทษกับสิ่งที่ฉันทำลงไป ถ้าได้ใช้ชีวิตร่วมกันฉันจะไม่หลบหน้าเธออีก  แต่ตอนนี้ขอแค่ได้ขอโทษเธอ...แค่คำๆเดียวฉันก็ตายตาหลับแล้ว...



หวังว่าเราจะได้พบกัน และเอ่ยคำๆนี้กับเธอ...

2007/Dec/04

 

อุมๆ ไม่ได้เข้ามาอัพนานละ =w= ช่างมันๆ เข้าเรื่องดีก่า

 

วันนี้(อังคารที่4/12/50) หลังเลิกเรียนก็เช่นเดิม...มุ่งตรงไปซ้อมวอลเลย์ที่สนาม วันนี้กิ้ฟไปซ้อมลีดเลยไปซ้อมวอลเลย์กับมายด์

 

แล้ววันนี้ก็ดันลงมาเร็ว เดินไปถึงสนามเห็นรุ่นพี่จับกลุ่มหม่ำๆกันแถม อ.ยังไม่มา มายด์เลยจะลากไปกินขนม ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ต้องวางกระเป๋าไว้ก่อน...

 

แน่นอน เพื่อความปลอดภัยเลยวางกระเป๋าไว้ข้างๆกรงเหล็กใส่บอล...ซึ่ง ณ จุดนั้นเป็นใจกลางสนาม

 

ไม่น่ามีตีนแมว

มาขโมยของ เลยเผลอวางใจไป เดินไปซื้อขนมกินสบายใจเฉิบ - -

 

......ไม่นานอ. ก็มา แล้วเริ่มซ้อมวอลเลย์เหมือนอย่างเคย....

 

ซ้อมไปได้ซักพักจู่ๆมายด์ก็กลับก่อน สายตาเราในตอนนั้นเห็นมายด์เดินไปที่ข้างๆกรงเหล็กแล้วหยิบกระเป๋าสะพาย

 

ใบสุดท้ายที่วางอยู่ตรงนั้น แล้วเดินจากไป....

 

...อืมใช่ มันน่าจะหมดแค่นั้น แต่สมองเจ้ากรรมดันนึึกขึ้นได้ว่า.....กระเป๋าใบสุดท้าย....สุดท้าย...?

 

แล้วของตรูล่ะ!?

 

สมองในตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ก่อนออกไปซื้อขนม

 

ก็วางกระเป๋าไว้ด้วยกันนี่หว่า!?

 

แล้วของตรูล่ะ??....หลังจากนั้นยังไม่คิดอะไร เลยลองเดินมองไปทั่วสนามวอลเลย์

 

ปรากฏว่ากระเป๋าที่ตุงที่สุด

 

ในสนามมันหายไป Oo"

ถามอ. ก็อุทานกลับมา "หา? หายอีกแล้วหรอ?" ...เออเนอะ ไม่กี่วันนี้รุ่นพี่วางกระเป๋าไว้ก็โดนจิ้กตังค์กะมืถือ...

 

งั้นกระเป๋าเราก็......

 

ตอนนั้นนึกถึงความวุ่นวายหลังจากนี้ ในกระเป๋าใบนั้นมีกระเป๋าตังค์อยู่ ไหนจะบัตรATM ในจะบัตรประชาชน ไอ้นั่นไอ้นี่ที่ไม่อยากให้หายแท้ๆ.....- -

 

เออช่างมัน!! ถือซะว่าให้ทานสุนัขไปแล้วกัน กลับบ้านค่อยไปกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล แง่ง =3=

 

....................................

 

พอซ้อมเสร็จ6โมง กำลังจะเดินกลับ บังเอิ๊ญ รุ่นพี่ตะโกนเรียกบอกว่า

 

เจอกระเป๋าแล้ว O[]o!!!!

กรี๊ซซซซซ มีคนเจอสุดที่รักเราแล้ว! Owo!!

 

เลยวิ่งแท่ดๆๆๆไปดู โอวใช่เลย! กระเป๋าตุงๆ(ที่อัดแน่นด้วยสมุดแค่2เล่ม)

 

ถามรุ่้นพี่เจอกระเป๋าที่ำไหน พี่เค้าก็บอก

 

เจอที่พื้นในโรงอาหาร

 ...เออ โรงอาหารวันนี้ยังไม่ได้ไปเหยียบซักแอะ - -..

 

พอรับมาปึ้บ เปิดกระเป๋าตรวจกระเป๋าตังค์ แบะช่องแบงค์เท่านั้นล่ะ....200กว่าบาทหายวับไปกับตา ฟิ้ว~~~ (ยังดีบัตรATMบัตรประชาชนยังอยู่ครบ =w=)

 

ยังดีที่มันไม่ฉกกระเป๋านู๋มายด์ไปค้น...ไม่งั้นทั้งมือถือทั้งเงินเป็นฟ่อนคงไปละ... งี่เง่ามาค้นกระเป๋าไส้แห้งอย่างของเราเองช่วยไม่ได้ =3=

 

(มือถือซักเครื่องก็ไม่มีให้จำนำกร๊ากกกกกกกกกก)

 

.............

 

บอกตรงๆประสบการณ์ครั้งนี้

 

ไม่โกรธเลยซักกะติ้ดดดดดดด

แต่เคืองอ่า....ถึงจะได้เงินไม่คุ้มกับการค้นก็เหอะ

 

ทำไมต้องเขวี้ยงกระเป๋าเรา

 

ไว้ที่พื้นด้วยฟ้ะ!?

 

พรุ่งนี้เป็นวันพ่อวันหยุดให้พวกมรึงๆได้ไปกระดี๊กระด๊าที่ชอบๆของพวกมรึงแล้ ววววววว แค่200มรึงก็น่าจะพอใจแล้วนี่หว่า - -...

edit @ 4 Dec 2007 20:00:41 by anti-ant