2008/Mar/15


เสียดายจริงๆที่เป็นแค่ฝัน อันที่จริงหลังจากเกิดเรื่องก็เคยฝันทำนองนี้เหมือนกัน...
แต่ยังไงมันก็คือฝัน ไม่ใช่ฝันร่วมกับเธอที่สามารถกล่าวคำ 'ขอโทษ' แล้วเธอจะรับรู้...จบกันแค่นั้น

เธอคงไม่รู้หรอก....หรืออาจจะรู้ แต่ก็ได้แต่เอือมระอา... เพราะนิสัยไม่กล้าเผชิญหน้าของฉัน
เพียงแค่เดินผ่านกัน เธอคงไม่ต้องการสิ่งใดอื่นนอกจาก 'สวัสดี' แค่กล่าวคำทักทาย....แค่นั้นก็พอจะรู้สถานะของกันและกันแล้วว่า เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่...
ที่ผ่านมาฉันคงสร้างความอึดอัดให้แก่เธอมามากมายนับไม่ถ้วน... เธอคงรู้สึกไม่ดีจนถึงกับไปปรึกษาเพื่อนๆ และเชื่อว่าเพื่อนเหล่านั้นคงจะมองฉันในทางไม่ดีเช่นกัน

แต่ไม่เป็นไร ฉันยอมรับ เพราะมันคือความจริง... ถึงจะไม่รู้อะไรมากนัก แต่เวลาเดินผ่าน...แค่เห็นเธอทำหน้าเบื่อหน่ายฉันก็รู้แล้ว....

ฉันพยายามหลบหน้าเธอ  เพราะละอายกับสิ่งที่ฉันเคยทำลงไป และไม่คิดจะดึงความกล้าเข้าไปแม้แต่คำกล่าวทักทายง่ายๆ...เพราะอะไร..?

ก็ฉันมันขี้ขลาดนี่  ฉันพร่ำขอโทษเธอยามที่นึกถึงมัน  ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนจบปีสุดท้าย เธอก็ย้ายโรงเรียนไป... และตอนนั้นฉันก็มานึกขึ้นได้..

ทำไมเราถึงไม่ขอโทษเธอซะล่ะ... ทำไมถึงปล่อยเวลาให้ยืดยาวจนสุดท้ายเธอก็จากไป... มาคิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว...


จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา3ปีแล้ว... ฉันยังจำวันที่เกิดเรื่องนั้นได้ชัดเจน เหตุผลว่าทำไมถึงทำแบบนี้...ฉันไม่รู้ รู้แค่ว่ามันไม่ใช่อารมณ์ที่ฉันจะทำสิ่งดีๆลงไปได้...

ฉันถึงทำร้ายจิตใจเธอ...ทำร้ายแม้กระทั่งญาติๆที่มากับเธอ... ตอนนั้นฉันยังแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริง คิดแค่ว่าปล่อยๆไปเหอะ ตูไม่มีอารมณ์...

คิดแค่นั้นจริงๆ.. พอกลับบ้านมาตกดึกฉันถึงพึ่งจะคิดได้.... เราทำอะไรลงไป  เราทำเรื่องเลวร้ายลงไปอีกแล้วใช่มั้ย? แล้วพร่ำแต่โทษตัวเอง...ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ฉันอยากเกาคอตัวเองตายเพราะเรื่องนี้จริงๆ...

และเพราะเรื่องๆเดียว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราที่เคยเป็น 'เพื่อนต่างห้อง' ก็กลายมาเป็น 'เพื่อนที่ไม่รู้จัก'

ฉันกลับมาคิดทบทวนตลอด แต่เพราะตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังนึกถึงสิ่งที่ต้องทำไม่ออก  และไม่คิดจะทำด้วย  ระหว่างทางที่เราเดินสวนกัน  จึงทำได้แค่หลบหน้า  ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า...

ช่วงแรกๆเธอพยายามเข้ามาทักเข้ามาชวนคุย...ฉันก็ตอบๆกลับไป ถ้าฉันคิดอีกนิดนึง จากที่เธอเข้ามาชวนคุยฉันน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเธอไม่เอาเรื่อง....แต่ด้วยความที่ยังติดกับเรื่องในวันนั้น  ทำให้ฉันยังนึกมาโดยตลอดว่าเรา2คนไม่อาจกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีกแล้ว..

ฉันเลยไม่คิดจะมองหน้าเธอ ไม่แม้แต่จะเข้ามาชวนคุยหรือทักทาย....  สำหรับฉันในตอนนี้ที่พอจะรู้ธรรมะบ้างแล้วก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้...

เพราะเรื่องๆเดียว ทำให้เรื่องบานปลายขนาดนี้เชียวเหรอ..?  สำหรับเธอคงพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก  แต่สำหรับฉันคือความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต  เพราะอย่างนั้นเธอจึงยอมรับข้อตกลงนั้น...เธอไม่คิดจะเข้ามาชวนคุยอีก เธอไม่คิดจะทักทาย หรือแม้แต่จะมองหน้า

..จนกระทั่งเธอย้ายโรงเรียนไป  ฉันคิดว่าความอึดอัดของเรา2คนคงจะคลายลงแล้ว.. จะเป็นอิสระแล้ว... และมันก็ผ่านมาถึงตอนนี้ ฉันกลับฝันถึงมันอีก....


ฝันว่าเธอกำลังคุยเล่นกับเพื่อนของฉันและถามฉันว่าทำไมถึงทำกับชั้นแบบนี้... ฉันได้แต่ยืนอึ้ง ในสมองตอนนั้นพยายามนึกคำพูดที่เราเคยคิดและอยากจะพูดต่อหน้าเธอ  และในขณะที่ฉันกำลังจะกล่าวขอโทษ....ฉันก็ตื่นเสียก่อน

รู้สึกได้ ว่าบาปนี้ยังติดตัวฉันอยู่ มันยังค้างคาอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ  ไม่แปลกที่เรื่องผ่านมานานนับปีกลับดึงเอาเรื่องนี้มาฝันอีก...

ฝันว่าได้ขอโทษเธอ...ฝันว่าเธอจะยกโทษให้... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  แต่ก็ไม่อาจทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้  ก็เพราะเราไม่กล้า  เราขี้ขลาดเกินไป  เกลียดการเผชิญหน้า และไม่รับรู้ถึงผลที่จะตามมา...

แล้วเป็นไง ถ้าตอนนั้นฉันคิดได้อีกนิด..ไม่สิ อย่างน้อยถ้าฉันเอาบาปนี้ไปปรึกษากับหมู่เพื่อน พวกเขาอาจจะช่วยให้ฉันพ้นจากความรู้สึกผิดนี้ไปได้  แต่ก็ไม่ทำ เพราะอาย เพราะถ้าเกิดพูดไปฉันอาจจะถูกเพื่อนดุ... ฉันร้องไห้ ฉันไม่ต้องการ

ตอนนั้นถึงทำได้แค่ปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่บอกแม้แต่คนใกล้ชิดสนิทสนม เพราะไม่อยากนึกถึงมัน....ฉันคิดได้แค่นั้นจริงๆ


แต่แล้วฉันก็ได้ติดการ์ตูนเรื่องนึง....ฮิกุราชิ เป็นการ์ตูนสยองขวัญที่เพราะอ่านแล้วสะใจถึงได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด...
แต่นานๆเข้า กลับกลายเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับความรู้สึกเพื่อน การไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อน ไปซะอย่างนั้น


"ถ้าปรึกษาพวกเรา ก็จะเป็นกำลังให้ได้"
"ถ้าได้พวกเราร่วมมือด้วย ก็น่าจะไปถึงอนาคตที่ดียิ่งกว่านี้แน่นอน"
"เธอจะปฏิเสธเพื่อน และปกป้องความคิดผิดๆไปทั้งชาติได้เรอะ!?"
"ที่สำคัญกว่าเชื่อใจพวกเราสิ พวกราเป็นพวกเดียวกับเธอนะ"



...เพราะคำพูดเหล่านี้ทำให้คิดได้.. ถ้าตอนนั้นเราปรึกษากับเพื่อน ถึงจะเป็นเรื่องน่าอาย แต่ก็ต้องได้อนาคตที่ดีกว่านี้แน่นอน...อนาคตที่ไม่ต้องมาจมปรักอยู่กับความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไป....
จนถึงตอนนี้ถึงได้รู้ ว่าเรายังไม่กล้าคุยเปิดอกกับเพื่อน  ยังไม่อาจเชื่อใจพวกเขาได้ ทั้งๆที่เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน  เพราะอะไร? ถ้าให้ถามเพื่อนๆว่ากลุ่มเรามีใครบ้าง  พวกเขาก็ต้องรวมเราเข้าไปด้วย... แล้วทำไมกับอีกเรื่องขี้ประติ๋วถึงไม่กล้าพูดออกไป...

เรามันไม่ได้เรื่อง คิดแต่จะแก้ปัญหาเองคนเดียวแล้วเป็นไง....

 

        ถึงเธอคนนั้น  ถึงตอนนี้เราจะอยู่ห่างไกลแต่ซักวันชะตากรรมต้องพาลให้เรามาเจอกันแน่... เพราะเรายังติดค้างกันอยู่ ถึงตอนนั้นฉันอาจทำอะไรไม่ได้มาก ฉันอาจหลบหน้าเธออีกก็ได้ แต่ยังไงฉันก็จะพยายาม... ให้ตายฉันก็ต้องเอ่ยคำนี้กับเธอให้ได้...
ว่าฉันขอโทษ...ขอโทษกับสิ่งที่ฉันทำลงไป ถ้าได้ใช้ชีวิตร่วมกันฉันจะไม่หลบหน้าเธออีก  แต่ตอนนี้ขอแค่ได้ขอโทษเธอ...แค่คำๆเดียวฉันก็ตายตาหลับแล้ว...



หวังว่าเราจะได้พบกัน และเอ่ยคำๆนี้กับเธอ...

2007/Dec/04

 

อุมๆ ไม่ได้เข้ามาอัพนานละ =w= ช่างมันๆ เข้าเรื่องดีก่า

 

วันนี้(อังคารที่4/12/50) หลังเลิกเรียนก็เช่นเดิม...มุ่งตรงไปซ้อมวอลเลย์ที่สนาม วันนี้กิ้ฟไปซ้อมลีดเลยไปซ้อมวอลเลย์กับมายด์

 

แล้ววันนี้ก็ดันลงมาเร็ว เดินไปถึงสนามเห็นรุ่นพี่จับกลุ่มหม่ำๆกันแถม อ.ยังไม่มา มายด์เลยจะลากไปกินขนม ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ต้องวางกระเป๋าไว้ก่อน...

 

แน่นอน เพื่อความปลอดภัยเลยวางกระเป๋าไว้ข้างๆกรงเหล็กใส่บอล...ซึ่ง ณ จุดนั้นเป็นใจกลางสนาม

 

ไม่น่ามีตีนแมว

มาขโมยของ เลยเผลอวางใจไป เดินไปซื้อขนมกินสบายใจเฉิบ - -

 

......ไม่นานอ. ก็มา แล้วเริ่มซ้อมวอลเลย์เหมือนอย่างเคย....

 

ซ้อมไปได้ซักพักจู่ๆมายด์ก็กลับก่อน สายตาเราในตอนนั้นเห็นมายด์เดินไปที่ข้างๆกรงเหล็กแล้วหยิบกระเป๋าสะพาย

 

ใบสุดท้ายที่วางอยู่ตรงนั้น แล้วเดินจากไป....

 

...อืมใช่ มันน่าจะหมดแค่นั้น แต่สมองเจ้ากรรมดันนึึกขึ้นได้ว่า.....กระเป๋าใบสุดท้าย....สุดท้าย...?

 

แล้วของตรูล่ะ!?

 

สมองในตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ก่อนออกไปซื้อขนม

 

ก็วางกระเป๋าไว้ด้วยกันนี่หว่า!?

 

แล้วของตรูล่ะ??....หลังจากนั้นยังไม่คิดอะไร เลยลองเดินมองไปทั่วสนามวอลเลย์

 

ปรากฏว่ากระเป๋าที่ตุงที่สุด

 

ในสนามมันหายไป Oo"

ถามอ. ก็อุทานกลับมา "หา? หายอีกแล้วหรอ?" ...เออเนอะ ไม่กี่วันนี้รุ่นพี่วางกระเป๋าไว้ก็โดนจิ้กตังค์กะมืถือ...

 

งั้นกระเป๋าเราก็......

 

ตอนนั้นนึกถึงความวุ่นวายหลังจากนี้ ในกระเป๋าใบนั้นมีกระเป๋าตังค์อยู่ ไหนจะบัตรATM ในจะบัตรประชาชน ไอ้นั่นไอ้นี่ที่ไม่อยากให้หายแท้ๆ.....- -

 

เออช่างมัน!! ถือซะว่าให้ทานสุนัขไปแล้วกัน กลับบ้านค่อยไปกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล แง่ง =3=

 

....................................

 

พอซ้อมเสร็จ6โมง กำลังจะเดินกลับ บังเอิ๊ญ รุ่นพี่ตะโกนเรียกบอกว่า

 

เจอกระเป๋าแล้ว O[]o!!!!

กรี๊ซซซซซ มีคนเจอสุดที่รักเราแล้ว! Owo!!

 

เลยวิ่งแท่ดๆๆๆไปดู โอวใช่เลย! กระเป๋าตุงๆ(ที่อัดแน่นด้วยสมุดแค่2เล่ม)

 

ถามรุ่้นพี่เจอกระเป๋าที่ำไหน พี่เค้าก็บอก

 

เจอที่พื้นในโรงอาหาร

 ...เออ โรงอาหารวันนี้ยังไม่ได้ไปเหยียบซักแอะ - -..

 

พอรับมาปึ้บ เปิดกระเป๋าตรวจกระเป๋าตังค์ แบะช่องแบงค์เท่านั้นล่ะ....200กว่าบาทหายวับไปกับตา ฟิ้ว~~~ (ยังดีบัตรATMบัตรประชาชนยังอยู่ครบ =w=)

 

ยังดีที่มันไม่ฉกกระเป๋านู๋มายด์ไปค้น...ไม่งั้นทั้งมือถือทั้งเงินเป็นฟ่อนคงไปละ... งี่เง่ามาค้นกระเป๋าไส้แห้งอย่างของเราเองช่วยไม่ได้ =3=

 

(มือถือซักเครื่องก็ไม่มีให้จำนำกร๊ากกกกกกกกกก)

 

.............

 

บอกตรงๆประสบการณ์ครั้งนี้

 

ไม่โกรธเลยซักกะติ้ดดดดดดด

แต่เคืองอ่า....ถึงจะได้เงินไม่คุ้มกับการค้นก็เหอะ

 

ทำไมต้องเขวี้ยงกระเป๋าเรา

 

ไว้ที่พื้นด้วยฟ้ะ!?

 

พรุ่งนี้เป็นวันพ่อวันหยุดให้พวกมรึงๆได้ไปกระดี๊กระด๊าที่ชอบๆของพวกมรึงแล้ ววววววว แค่200มรึงก็น่าจะพอใจแล้วนี่หว่า - -...

edit @ 4 Dec 2007 20:00:41 by anti-ant

2007/Oct/07

**7/10/50


แฮ่ ไม่ได้ไปเที่ยวห้างกับเพื่อนนานแล้วน้า~~ ^^ วันนี้ก็...ไม่อยากพิมพ์ไรมาก แบบว่าเจ้าเครื่องจ่ายไฟคอมฯมันมักไม่ทำงานหลังจากผ่านไป2ชม. (หรือน้อยกว่านั้น) พักนี้เลยไม่แปลกที่เราจะไม่โผล่ในเอ็มเลย
หลายวันก่อนก็ขออภัยหลายๆคนที่คุยเอ็มอยู่ดีๆก็ออฟไปเน่อ แบบว่าจู่ๆเครื่องก็ดับอ่า TT" ส่วนวิธีจัดการก็แค่ดึงปลั๊กจ่ายไฟคอมฯออก ทิ้งไว้10นาทีเสียบใหม่มันถึงจะเล่นได้ -*- (บ้าหลายคอมตู -*- )

......................

เข้าเรื่องๆ เที่ยววันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอึดอัดกับเสื้อผ้ามากมาย -*- แบบว่าหม่อมแม่บอกให้ฝึกแต่งตัวเป็นผู้หญิง+ปล่อยผมเวลาเดินห้าง

"มัดผมไว้แล้วกิ้วๆเกี่ย" =[]=....

วันนี้เลยตัดสินใจปล่อยผมเดินเที่ยวกับเพื่อน แถมพอเจอกันน่าโรงหนังคุณเธอทั้งหลายก็ โหยยยย กันใหญ่ =w=" เจนน่อยก็บอกถ้าใส่กระโปรงมาจะโห่ให้ลั่นห้างเลย ...พอเถอะคุณเธอจ๋า แค่นี้ก็อยากแทรกแผ่นดินหนีจะตายอยู่แล้วววววว ><"

กลายเป็นว่ากลุ่มตอนนี้เหลือแค่เนสที่ยังไม่เปลี่ยนไปเลย =w= เปิดเถิกมาดเสี่ยเหมือนเคย แต่เนสเป็นงี้แหละดีแล้ว ขืนลุกขึ้นมาใส่มินิสเกิร์ตไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศ ^w^ (อีกอย่างไม่มีเถิกให้ดีดด้วย 555555555+)

เรื่องก็ดำเนินไปเรื่อย จองตั๋วหนังแล้วไปเล่นจิ้มกีตาร์ฮีโร่ 55แพ้เนสราบคาบ (เจ้าปุ่มเฮงซวยเมิงจำไว้เลยน้าาาาาาาา >A<)

เล่นไปได้เพลงเดียวก่ะเข้าโรงกัน ดูเรื่องผีชะวะ 3 ....แบบว่า แต่ละเรื่องที่เพื่อนชวนดูนี่ต้องมีภาคพ่วงท้ายอยู่เรื่องเลยแฮะ - - อย่างคราวก่อนนู่นเบิ่ง underworld 2 .....ก็พ่วง2 -*- เพื่อนมันเคยดูภาคแรกกันหมดแล้วมีแต่ตูที่เข้าไปนั่งเด๋อๆด๋าๆกะเค้า =3= ครั้งนี้ก็เหมือนกัน

พอนางเอกเจอพระเอกปึ้บ.........ก็เกิดความสงสัย

"ห๊ะ? 2คนนี้รู้จักกันด้วยหรอ???"


....กรำจริงจริ๊งงงตูหนิ -*- แถมหนังแนวนี้เราไม่เคยดูในโรงด้วยอ่า.....

"ปังๆๆๆๆ เปรี้ยง!!ตูม!!ฉัวะๆๆๆ!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!"


จึงไม่แปลกที่เราจะไม่ชินกับเสียงเอฟเฟคของโรงหนัง อย่างตอนที่จู่ๆซอมบี้ก็โผล่มาเงี้ย มันดัง ตึง!! เรารึ?จะไม่ตกใจ =w=....จะเห็นเราสะดุ้งเฮือกเป็นระยะๆ ไอ้เืพื่อนที่นั่งข้างตูก็หัวเราะ

แถมมีเสียงตอนนึงที่เราเผลออุทานเสียงดังไปหน่อย (คนอื่นเค้านั่งเงียบกันอานะ -*- ) เจ้าเพื่อนข้างๆก็หัวเราะ (ฮือๆหัวเราะทำม๊่ายยยย....ก็เค้าตกใจจริงๆนี่นา TT^TT" )

พอเรื่องใกล้ถึงจุดไคลแม็กซ์ เจ้าเจนน่อยมันรู้ใต๋ พอในโรงกำลังเงียบสนิท...นางเอกถือปืนค่อยๆย่องเข้าไปในห้องแลป......

"ตุบ!!!!!!!!"

"อุฟฟฟฟฟ!!!#$!#%$&^&*%^"

เจ้าเจนน้อยมันตบตักเรา ไอ้แบบนี้ไม่รู้จะอุทานยังไงแล้ว -*- ตกใจก็ตกใจ ยิ่งกำลังตื่นเต้นกับหนังอยู่ด้วยน้าาา......เง่ย....ขวัญเอยขวัญมา~~~ - -"

พอออกจากโรงหนังก็เมาส์ฮาตูกันถึงรู้....อ๋อ ต้นคิดจากเนสน่ะเอง....จำไว้เลยน้าเอ๊งงงง =3="

หลังจากนั้นก็ยิงปืนกะเนส...แบบว่า ยิ่งยิงยิ่งมัน ตายทีก็หยอดเหรียญต่อ เล่นจนจบเกมน่ะแหละ เสียดายตังค์ชะมัด =3= (คะแนนก็แพ้เนสตามเคย....แบบว่า หมั่นไส้จอยปืนยิงไม่ค่อยออกเลยรัวใส่ตัวประกันซ้า...คะแนนติดลบไปเยอะ หุหุ)

................

สุดท้ายก็กลับบ้านนน ไม่ค่อยได้อะไรหรอกวันนี้ได้แต่ผลาญเงินทิ้ง วู้ววว แต่อย่างน้อยก็รู้สึกดีอาน้าาา ไม่ได้เจอเจนน่อย เฟิน ผึ้งตั้งนาน (ก็ย้ายโรงเรียนแล้วหนิ =3= ) ก็ขอให้การเที่ยวครั้งนี้เป็นความทรงจำดีๆสำหรับใครบางคนอานะ (รวมทั้งเราด้วย >w< )

..................

ปล. ช่วงนี้คงไม่เห็นเราออนนะ รอจนกว่าจะเอาคอมไปซ่อม ><" (คุยๆอยู่ก็ออฟไปดื้อๆคงรู้สึกไม่ดีกันอาน้า ตัดปัญหาไม่ออนม่างเลย =3=")

ปปล. มีอะไรก็PMส่งมาทางบอร์ดฮิกุได้นะ ^^/